top of page

ภาษาอังกฤษที่ใช้ในที่ทำงานจริง ต่างจากที่เรียนยังไง

  • 2 days ago
  • 2 min read
มืออาชีพสาวกำลังพูดภาษาอังกฤษในที่ทำงานอย่างมั่นใจในสำนักงานสมัยใหม่

หลายคนคงเคยรู้สึกว่าตอนเรียนภาษาอังกฤษมา เกรดก็ดี สอบผ่าน แต่พอเข้าทำงานจริงแล้วกลับรู้สึกว่า "เอ๊ะ ทำไมไม่เหมือนที่เรียนเลย" ถ้าคุณเคยรู้สึกแบบนี้ แสดงว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยวเลย เพราะความจริงแล้ว ภาษาอังกฤษในห้องเรียนกับภาษาอังกฤษในสำนักงาน มันต่างกันจริง ๆ และการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองแบบนี้ จะช่วยให้คุณปรับตัวได้เร็วขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว



ไวยากรณ์ที่สมบูรณ์แบบ vs. การสื่อสารให้เข้าใจ

เพื่อนร่วมงานสื่อสารภาษาอังกฤษกันแบบสบายๆ ในสำนักงาน

สิ่งแรกที่ต้องยอมรับคือ ในห้องเรียนเราถูกสอนให้พูดและเขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่ในที่ทำงานจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การสื่อสารให้เข้าใจ" ไม่ใช่การพูดให้สมบูรณ์แบบ

คนทำงานมักจะใช้ประโยคสั้น ๆ ตรงประเด็น บางทีอาจไม่มี subject (ประธาน) หรือ verb (กริยา) ก็ได้ เช่น แทนที่จะพูด "Could you please send me the file?" ก็อาจพูดแค่ "File please?" ในบริบทที่เข้าใจกัน


อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าไวยากรณ์ไม่สำคัญเลย แต่มันไม่ใช่ประเด็นหลักในการสื่อสารทางธุรกิจเท่านั้น คุณยังคงต้องรู้ และปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้ดีอยู่ แค่ไม่ต้องกังวลมากจนกลัวที่จะพูดออกไป


คำศัพท์ที่เรียน vs. คำที่ใช้จริงในออฟฟิศ

พนักงานออฟฟิศใช้ business jargon ในการประชุมทีม

เวลาเรียนภาษาอังกฤษ เรามักจำคำศัพท์แบบทั่วไป เช่น good, bad, important แต่พอมาทำงานจริง คุณจะได้ยินคำที่ไม่เคยเจอในตำราเลย เช่น

  • Loop in (แจ้งให้รับทราบ) - "Let me loop you in on this."

  • Touch base (ติดต่อสอบถาม) - "Let's touch base next week."

  • Bandwidth (เวลาหรือกำลังในการทำงาน) - "I don't have bandwidth for this right now."

  • Circle back (กลับมาคุยเรื่องนี้ทีหลัง) - "Let's circle back on this tomorrow."

  • Action items (รายการสิ่งที่ต้องทำ) - "What are the action items from this meeting?"

  • Deliverables (ผลงานที่ต้องส่งมอบ) - "The deliverables are due next Friday."


คำพวกนี้เรียกว่า "ภาษาสแลงในวงการทำงาน" หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า business jargon ถ้าไม่รู้จัก คุณอาจจะงงตอนประชุมหรืออ่านอีเมล และนี่คือสิ่งที่ตำราเรียนทั่วไปไม่ค่อยสอน



อีเมลในตำราเรียน vs. อีเมลจริง

เขียนอีเมลภาษาอังกฤษเพื่อติดต่อธุรกิจ

ตำราเรียนมักสอนให้เขียนอีเมลแบบยาวเหยียด มีคำทักทาย ขอบคุณ และปิดท้ายอย่างสุภาพ ซึ่งก็เป็นพื้นฐานที่ดี แต่ในที่ทำงานจริง โดยเฉพาะเมื่อคุณทำงานกับคนเดียวกันบ่อย ๆ อีเมลมักจะสั้นและตรงประเด็นมากขึ้น บางทีก็แค่ 2-3 บรรทัด ไม่มี "Dear" ไม่มี "Best regards" ก็ได้


แต่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ภาษาแบบ formal (สุภาพ) และเมื่อไหร่ที่ใช้แบบ casual ได้ เช่น ถ้าส่งอีเมลหาลูกค้าใหม่หรือผู้บริหารระดับสูง คุณยังคงต้องใช้ภาษาที่สุภาพเป็นทางการ แต่ถ้าส่งหาเพื่อนร่วมทีมที่คุยกันทุกวัน ก็ไม่ต้องเป็นทางการจนเกินไป


การนำเสนอในห้องเรียน vs. การพรีเซนต์ในที่ทำงาน

การนำเสนอภาษาอังกฤษในห้องประชุมของบริษัท

เวลาเรียน เราอาจจะได้ฝึกพูดนำเสนอจากสคริปต์ที่เตรียมไว้ดี ๆ แต่ในที่ทำงานจริง สถานการณ์มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด คุณต้องพร้อมรับมือกับคำถามกลางคัน ต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามผู้ฟัง และที่สำคัญคือต้องสรุปสั้น ๆ ให้ผู้บริหารที่มีเวลาจำกัดได้เห็นประเด็นหลักทันที


นอกจากนี้ ในการประชุมจริง คุณอาจต้องใช้ภาษาอังกฤษควบคู่กับการนำเสนอสไลด์หรือ dashboard ซึ่งต้องเชื่อมโยงทั้งสองส่วนให้ลงตัว ไม่ใช่แค่อ่านตามสไลด์



ฟังภาษาอังกฤษในห้องเรียน vs. ฟังคนจริงในออฟฟิศ

ทีมงานนานาชาติประชุมภาษาอังกฤษในสำนักงาน

ในห้องเรียน เรามักฟังภาษาอังกฤษจากครูที่พูดช้าและชัดเจน หรือจาก listening CD ที่ออกแบบมาสำหรับผู้เรียนที่กำลังฝึกภาษา แต่ในที่ทำงานจริง โดยเฉพาะในบริษัทข้ามชาติ คุณจะต้องฟังภาษาอังกฤษจากคนหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงอินเดีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ หรือยุโรป แต่ละคนก็พูดเร็วช้าไม่เท่ากัน


นี่คือเหตุผลที่การฝึกฟังจากแหล่งที่หลากหลายจึงสำคัญมาก เพราะความสามารถในการทำความเข้าใจ accent ต่าง ๆ เป็นทักษะที่จำเป็นในการทำงาน


Small Talk และวัฒนธรรม

เพื่อนร่วมงาน small talk ภาษาอังกฤษในมุมพักผ่อนของออฟฟิศ

อีกสิ่งหนึ่งที่ตำราไม่ค่อยสอนคือ การพูดคุยสังสรรค์หรือที่เรียกว่า small talk ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการคุยเล่นก่อนประชุม การทักทายในลิฟต์ หรือการสร้างสัมพันธ์ในงานเลี้ยง


คำถามง่าย ๆ อย่าง "How was your weekend?" (สุดสัปดาห์เป็นยังไงบ้าง) หรือ "How's the project going?" (โปรเจกต์เป็นยังไงบ้าง) อาจฟังดูง่าย แต่การรู้จักตอบและต่อยอดบทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติต้องอาศัยการฝึกฝน ไม่ใช่แค่ตอบสั้น ๆ แล้วจบ


นอกจากนี้ การใช้ภาษาอังกฤษในที่ทำงานยังเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมด้วย คนตะวันตกมักชอบการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ในขณะที่คนเอเชียชอบการพูดแบบอ้อมค้อมเพื่อรักษาหน้า การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูดตรง เมื่อไหร่ควรพูดทางอ้อม หรือการเลือกใช้ภาษาให้เหมาะกับสถานการณ์ ล้วนเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริง


เริ่มพัฒนาภาษาอังกฤษสำหรับการทำงานอย่างจริงจัง

คอร์ส Executive Business ภาษาอังกฤษสำหรับมืออาชีพที่ต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารในที่ทำงาน

หลังจากเห็นความแตกต่างเหล่านี้แล้ว คุณอาจจะเริ่มรู้สึกว่า การเรียนภาษาอังกฤษแบบที่เคยเรียนมาอาจจะไม่เพียงพอสำหรับโลกการทำงานจริง ถ้าคุณต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ใช้งานได้จริงในที่ทำงาน การเรียนพูดอังกฤษ ออนไลน์ แบบที่เน้นบริบททางธุรกิจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเรียนภาษาทั่วไป


NOVA online มีคอร์ส Executive Business English ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนทำงาน ไม่ได้สอนแค่ภาษา แต่มีทั้ง case study ที่คุณจะได้ใช้จริง เหมือนเรียนภาษาและทักษะด้านธุรกิจไปในตัว คุณจะได้เรียนแบบตัวต่อตัวกับครูชาวฟิลิปปินส์ผ่าน Zoom ซึ่งช่วยให้คุณฝึกพูดได้เต็มที่ โฟกัสที่การสื่อสารในสถานการณ์จริงที่คุณจะเจอในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การนำเสนอ หรือการเจรจาต่อรอง



ทำไมต้อง NOVA online ?


  • เป็นสถาบันเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองอนุญาตให้ทำการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ Callan

  • สถาบันระดับ TOP ของญี่ปุ่น ปรับหลักสูตรเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

  • สอนโดย Professional Teacher คัดเลือกและอบรมอย่างดี

  • พร้อมให้คำแนะนำ พัฒนาภาษาอังกฤษได้ตรงจุด

  • คอร์สเรียนพูดอังกฤษ ออนไลน์ สะดวก เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา

  • เลือกคอร์สให้ตอบโจทย์ได้ตามไลฟ์สไตล์


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม





contact
bottom of page