[Teacher's Blog] จากการวิ่งธรรมดา สู่มาราธอนครั้งแรก

เพื่อน ๆ หลายคนที่เป็นนักเรียนของ NOVA online กันอยู่แล้วคงทราบดีว่า ครูสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ของเราเป็นครูชาวฟิลิปปินส์ใช่ไหมคะ?
นอกจากการเรียนรู้ทักษะภาษาแล้ว การเรียนรู้วัฒนธรรมของผู้ใช้ภาษาอังกฤษในท้องถิ่นต่าง ๆ ก็เป็นประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษและพัฒนาทักษะการสื่อสารไม่แพ้กัน
ตอนเริ่มวิ่งใหม่ ๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่า การวิ่งจะกลายมาเป็นอะไรที่มากกว่ากิจกรรมที่ช่วยให้ได้ออกไปพักสมองจากเรื่องวุ่นวายในชีวิต แต่พอได้วิ่งไปเรื่อย ๆ จากแค่การออกไปวิ่งในตอนเช้า จนถึงวันที่ได้ลงสนามมาราธอนจริง ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าการวิ่งให้อะไรกับฉันมากกว่าที่คิด เพราะการวิ่งคอยสอนให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการรับมือกับความเหนื่อย ความผิดหวัง วันที่วิ่งได้ไม่ดีอย่างที่คิด รวมถึงความสุขเล็ก ๆ ในวันที่ทำได้ตามเป้าหมายที่คาดหวัง และบทเรียนเหล่านี้ก็ติดตัวให้ฉันนำไปใช้กับเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วย
นี่คือเรื่องราวของการวิ่งธรรมดาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ ในชีวิต ตั้งแต่วันที่ฉันคิดแค่ว่า "ตื่นมาวิ่งเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น แทนที่จะขอนอนต่ออีกสักหน่อย" มาจนถึงวันที่ "ต้องกัดฟันพาตัวเองเข้าเส้นชัย" ที่ระหว่างทางอาจไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ทั้งเหนื่อย ทั้งเจอเรื่องไม่คาดคิด แต่สุดท้ายทุกอย่างก็กลายเป็นบทเรียนที่ฉันได้จากการวิ่ง และบางทีถ้าคุณได้อ่านเรื่องของฉัน คุณอาจนึกถึงเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน
จากการวิ่งธรรมดา สู่มาราธอนครั้งแรกของฉัน By Teacher Rose

สำหรับฉัน การวิ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดความเครียดได้ดี แถมยังทำให้นอนหลับง่ายขึ้นด้วย แค่ผูกเชือกรองเท้าแล้วออกไปวิ่ง ได้ฟังเสียงลมหายใจกับเสียงฝีเท้าของตัวเองระหว่างวิ่งแค่เพียงสอง-สามกิโล ก็รู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งขึ้น เหมือนได้พักจากเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญคือการวิ่งไม่ต้องใช้อะไรเยอะเลย ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แพง ๆ หรือจ่ายค่าสมาชิกฟิตเนสทุกเดือน แค่รองเท้าวิ่งดี ๆ สักคู่ แล้วพาตัวเองออกไปวิ่งข้างนอก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ปกติฉันเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว พอถึงวันหยุดก็มักจะออกไปวิ่งตั้งแต่เช้า ช่วงที่ชอบที่สุดคือเวลาที่เมืองถนน และผู้คนยังเงียบสงบ อากาศดีไม่ร้อนเหมือนช่วงเวลาอื่น และยิ่งได้เห็นท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีทอง ก็ยิ่งรู้สึกว่าการยอมตื่นเช้ามาวิ่งนั้นคุ้มจริง ๆ
ลงแข่งมาราธอนครั้งแรก

ฉันเคยลงแข่งมาราธอนรายการใหญ่ประจำปีของเมือง ซึ่งงานนี้มีให้เลือกตั้งแต่ระยะ 6, 12, 21 ไปจนถึง 42 กิโลเมตร ส่วนตัวฉันเคยลงทั้งระยะ 12 และ 21 กิโลเมตร และทุกครั้งที่ได้ลงแข่งก็เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ได้วิ่งผ่านหลายที่ที่ปกติไม่ได้เห็นในชีวิตประจำวัน บางเส้นทางก็ไม่เคยผ่านมาก่อน และได้เห็นเมืองในอีกมุมหนึ่ง ่รวมทั้งมีโอกาสได้คุยหรือรู้จักกับคนที่มางานวิ่งเหมือนกัน
ครั้งแรกที่สมัครลงแข่ง ฉันทั้งตื่นเต้นทั้งกังวลไปพร้อมกัน มือสั่นไปหมดเมื่อยืนอยู่ตรงจุดสตาร์ต ในครั้งที่สอง ความรู้สึกเดิมก็กลับมาอีก แต่คราวนี้มีแรงฮึดเพิ่มขึ้นมาด้วย เพราะรู้แล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง เลยรู้สึกตื่นเต้นมากกว่ากลัว และอยากลองทำให้ดีกว่าครั้งแรก
แน่นอนว่างานไม่ได้ราบรื่นไปทุกอย่าง ระหว่างทางก็มีเรื่องติดขัดอยู่บ้าง ทั้งการแจกอาหารและเหรียญที่ยังไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไร หลายจุดต้องต่อคิวนาน บางครั้งก็ได้เสื้องานวิ่งที่ไม่ตรงไซซ์ แถมจุดแจกน้ำบางจุดก็ค่อนข้างวุ่นวาย จนแอบรู้สึกเหนื่อยใจกันอยู่เหมือนกัน แต่ถึงจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง พอวิ่งมาถึงเส้นชัยจริง ๆ กลับรู้สึกดีใจและขอบคุณที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้
เพราะช่วงสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัยนั้น ชัดเจนที่สุดว่าเหนื่อยจริง ๆ ขาแทบไม่อยากไปต่อแล้ว หายใจก็เริ่มไม่ทัน แต่พอเห็นเส้นชัยอยู่ตรงหน้า ก็เหมือนได้แรงขึ้นมาอีกนิด ตอนนั้นเองที่ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า การวิ่งก็ไม่ต่างจากชีวิตเราเท่าไร
สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากการวิ่ง

ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรือเรื่องหนักแค่ไหน เราก็ไม่ควรยอมแพ้ เพราะชีวิตยังต้องเดินต่อ ทุกอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่คิด เจอทั้งเรื่องที่ทำให้หงุดหงิด เหนื่อยกว่าที่คาดไว้ หรือบางอย่างที่ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย เหมือนงานวิ่งที่บางจุดจัดการไม่ค่อยดี หรือจู่ ๆ ก็เจอเนินชันสูงที่ทำให้เหนื่อยกว่าเดิม แต่ถ้าพยายามวิ่งต่อไป สุดท้ายเราก็จะถึงเส้นชัย และสิ่งที่เราได้กลับมาอาจไม่ใช่เหรียญหรือเวลาที่ทำได้ดีที่สุด แต่ได้เรียนรู้ว่า อย่างน้อยก็วิ่งจนจบ และไม่ได้ยอมแพ้กลางทางไปซะก่อน
นักวิ่งทุกคนคงมีเรื่องราวของตัวเอง ความรู้สึกที่ลงแข่งครั้งแรก ความภูมิใจในเวลาที่ตัวเองทำได้ หรือบางคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ระหว่างวิ่ง ที่ทำให้มองอะไรในชีวิตต่างไปจากเดิม
แล้วคุณล่ะคะ มีเรื่องราวจากการวิ่งที่จำได้ไม่ลืมบ้างไหม?
Teacher Rose from Philippines
มารู้จัก Teacher Rose กันอีกสักนิด จากคำทักทายของเธอถึงคุณผู้เรียนทุกคนกัน!
ทำไมเราถึงเรียนภาษาอังกฤษ? แต่ละคนอาจมีเหตุผลที่ต่างกัน บางคนเรียนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร บางคนเรียนเพื่อให้ตัวเองไปถึงเป้าหมายหรือทำตามความฝันที่ตั้งไว้ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อครู Rose และเร็ว ๆ นี้เราจะได้เจอกันในห้องเรียนนะคะ
ฉันรับหน้าที่สอนในทุกหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็น NOVA Speed English: ภาษาอังกฤษสนทนาพื้นฐาน, Callan Hi-Speed Communication: ภาษาอังกฤษสนทนาแบบเข้มข้น, Executive Business: ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน และ NOVA Kids English: ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเล็กอายุ 3 - 12 ปี
ฉันเป็นคนที่มีความเป็นกันเอง ชอบฟัง และพูดคุยด้วยได้ง่าย สำหรับฉันแล้ว คำว่าคุณครูไม่ใช่แค่ต้องสอนภาษาอังกฤษ แต่ยังอยากช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจและมีกำลังใจที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ
เปิดใจให้กับการเรียนภาษาอังกฤษ แล้วฉันจะพาไปเจอกับภาษาอังกฤษที่สนุกกว่าที่คิด พบกันในห้องเรียนค่ะ🌟
คอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวกับ Teacher Rose
ทำไมต้อง NOVA online ?
เป็นสถาบันเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองอนุญาตให้ทำการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ Callan
สถาบันระดับ TOP ของญี่ปุ่น ปรับหลักสูตรเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
สอนโดย Professional Teacher คัดเลือกและอบรมอย่างดี
พร้อมให้คำแนะนำ พัฒนาภาษาอังกฤษได้ตรงจุด
คอร์สเรียนพูดอังกฤษ ออนไลน์ สะดวก เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
เลือกคอร์สให้ตอบโจทย์ได้ตามไลฟ์สไตล์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



