top of page

CEFR คืออะไร? เช็กระดับอังกฤษก่อนเริ่มเรียน

  • Jul 25
  • 2 min read
คนวัยทำงานกำลังเช็กระดับภาษาอังกฤษก่อนเริ่มเรียนออนไลน์

ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษตัวเองอยู่ระดับไหน? รู้จัก CEFR แบบง่าย ๆ ก่อนเริ่มเรียน

เคยไหม เวลามีคนถามว่า “ภาษาอังกฤษเราอยู่ระดับไหน” แล้วตอบไม่ถูก


จะบอกว่าอ่อนก็ไม่ใช่ เพราะอ่านออก ฟังออกบ้าง รู้ศัพท์อยู่พอสมควรแต่จะบอกว่าเก่งก็ยังไม่กล้า

เพราะพอต้องสัมภาษณ์งาน พรีเซนต์กับลูกค้าต่างชาติ หรือคุยกับครูต่างชาติจริง ๆ กลับอึกอัก ต้องคิดนาน หรือแอบแปลจากไทยเป็นอังกฤษในหัวก่อนตอบ


คุณพ่อคุณแม่หลายคนก็อาจเจอภาพคล้ายกัน ลูกท่องศัพท์ได้ ทำข้อสอบได้ แต่พอเจอชาวต่างชาติจริง ๆ กลับเงียบ ยิ้มอย่างเดียว หรือเดินหนีไปเลย


ปัญหาแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคุณ “ไม่เก่งอังกฤษ” เสมอไป แต่อาจเป็นเพราะเรายังไม่รู้ชัดว่า ตอนนี้ตัวเองหรือบุตรหลานอยู่ระดับไหน และควรฝึกอะไรต่อกันแน่


ก่อนจะเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ใหม่ ลองเริ่มจากการรู้จัก CEFR ก่อน เพราะมันช่วยให้คำว่า “พอได้”, “งู ๆ ปลา ๆ” หรือ “ไม่ค่อยมั่นใจ” กลายเป็นระดับที่เห็นภาพชัดขึ้น



CEFR คืออะไร แบบเข้าใจง่าย

แผนภาพแสดงการวัดระดับภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR

CEFR หรือ Common European Framework of Reference for Languages คือกรอบมาตรฐานที่ใช้บอกระดับความสามารถทางภาษา เช่น ฟัง พูด อ่าน และเขียน


พูดง่าย ๆ คือ CEFR ไม่ใช่ข้อสอบ แต่เป็นเหมือน “มาตรวัดระดับภาษา” ที่ช่วยบอกว่า ตอนนี้เราสามารถใช้ภาษาอังกฤษทำอะไรได้บ้างในชีวิตจริง


ไม่ใช่แค่ถามว่า “เก่งไหม”แต่จะลงรายละเอียดมากกว่านั้น เช่น

  • ฟังบทสนทนาง่าย ๆ เข้าใจไหม

  • แนะนำตัวเองได้หรือเปล่า

  • คุยเรื่องงานได้แค่ไหน

  • อธิบายความคิดเห็นเป็นภาษาอังกฤษได้หรือยัง


เมื่อรู้ระดับของตัวเอง การเลือกคอร์สหรือวิธีฝึกภาษาอังกฤษที่เหมาะกับตัวเองก็จะง่ายขึ้น เพราะเราไม่ต้องเริ่มจากการเดา


A1, A2, B1, B2 ต่างกันยังไง

เทียบระดับภาษาอังกฤษ A1 A2 B1 และ B2 ตามกรอบ CEFR

เปรียบเทียบระดับ CEFR ให้เข้าใจง่าย เป็นภาษาคนทั่วไป ก็จะแจกแจงออกมาได้ประมาณนี้


A1 คือภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้น

เช่น เข้าใจคำหรือประโยคง่าย ๆ ได้ แนะนำตัวเอง บอกชื่อ อายุ งาน หรือสิ่งที่ชอบได้

แต่ยังพูดยาว ๆ ไม่ค่อยได้


A2 คือระดับที่เริ่มคุยเรื่องใกล้ตัวได้

เช่น ซื้อของ บอกทาง เล่าเรื่องครอบครัว งานอดิเรก หรือตารางชีวิตแบบง่าย ๆ

แต่ถ้าบทสนทนาเริ่มซับซ้อน อาจยังตามไม่ทัน


B1 คือระดับที่เริ่มสื่อสารในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

สามารถเล่าเรื่อง อธิบายเหตุผล พูดเรื่องงานที่คุ้นเคย หรือเอาตัวรอดเวลาเดินทางได้ดีขึ้น

แม้อาจยังมีผิดพลาดอยู่บ้าง


ผู้เรียนระดับ B2 สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารเรื่องงานได้คล่องขึ้น

B2 คือระดับที่ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่อง

สามารถพูดคุยเรื่องงาน แสดงความคิดเห็น อธิบายเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น

และสื่อสารกับชาวต่างชาติได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น


ส่วน C1–C2 จะเป็นระดับสูง

หมายถึงระดับที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องและยืดหยุ่นมากขึ้นในบริบทที่ซับซ้อน เช่น งานวิชาการ งานระดับสูง หรือการสื่อสารเชิงลึก


ดังนั้น ถ้าคุณรู้สึกว่า “อ่านพอได้ แต่พูดไม่ออก” หรือ “ฟังเข้าใจ แต่ตอบช้า”

นั่นไม่ได้แปลว่าต้องกลับไปเริ่มเรียนภาษาอังกฤษจากศูนย์ แต่อาจหมายความว่าต้องฝึกทักษะการพูดและการตอบสนองเป็นภาษาอังกฤษให้มากขึ้น


ถ้าอยากวัด CEFR อย่างเป็นทางการ ต้องไปสอบที่ไหน

การวัดระดับภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ

หลายคนเข้าใจผิดว่า CEFR คือชื่อข้อสอบ แต่จริง ๆ แล้ว CEFR เป็น “กรอบระดับภาษา” ไม่ใช่สนามสอบโดยตรง


ถ้าต้องการผลสอบหรือใบรับรองอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปใช้สมัครงาน เรียนต่อ หรือยื่นเอกสารต่าง ๆ ควรเลือกสอบข้อสอบภาษาอังกฤษที่มีการเทียบผลกับ CEFR เช่น Cambridge English, IELTS หรือ TOEIC


ข้อสอบเหล่านี้จะมีระบบคะแนนของตัวเอง แล้วนำคะแนนไปเทียบกับระดับ CEFR อีกที

แต่การเทียบอาจไม่ใช่แบบเป๊ะทุกกรณี โดยเฉพาะข้อสอบที่ใช้ระบบคะแนนเฉพาะของตัวเอง


ดังนั้น ถ้าคุณต้องใช้เอกสารในการยื่นสมัครงาน เรียนต่อ หรือขอวีซ่า ควรสอบถามหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง และเลือกสอบวัดระดับกับหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ


แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคืออยากฝึกภาษาอังกฤษ อยากเรียนภาษาอังกฤษใหม่ให้ตรงกับระดับของตัวเอง การเช็กระดับกับสถาบันต่าง ๆ ก่อนเรียนก็เพียงพอสำหรับการวางแผนการเรียนแล้ว


รู้ระดับแล้วช่วยให้เลือกได้คอร์สยังไง

ผู้เรียนเลือกคอร์สภาษาอังกฤษออนไลน์ให้เหมาะกับระดับของตัวเอง

การรู้ระดับภาษาอังกฤษของตัวเองช่วยลดปัญหาใหญ่ 2 อย่าง ได้แก่

  1. เลือกคอร์สเรียนภาษาที่ง่ายเกินไปจนน่าเบื่อ

  2. เลือกคอร์สเรียนภาษาที่ยากเกินไปจนทำให้ท้อ


ถ้าระดับภาษาอังกฤษของคุณอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) อาจต้องปูพื้นฐานคำศัพท์และประโยคที่ใช้บ่อยก่อน แต่ถ้าอยู่ระดับประมาณ A2 หรือ B1 แล้ว แต่อ่านได้มากกว่าพูด อาจต้องเปลี่ยนไปเน้นคอร์สที่เสริม speaking practice มากขึ้น หรือถ้าอยากใช้ภาษาอังกฤษในงาน อาจต้องฝึกการตอบคำถาม การอธิบายเหตุผล การแสดงความคิดเห็น และการพูดคุยในสถานการณ์จริง


การรู้ระดับไม่ได้มีไว้แค่ติดป้ายว่าเราอยู่ A1 หรือ B1 แต่มีไว้เพื่อช่วยตัดสินใจว่า “จากตรงนี้ ควรฝึกอะไรต่อ” นั่นเอง



ถ้าอ่านได้แต่พูดไม่คล่อง ควรฝึกอะไรต่อ

ผู้เรียนฝึกพูดภาษาอังกฤษออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาอ่านได้แต่พูดไม่คล่อง

หลายคนมักติดอยู่ตรงนี้ คือรู้ศัพท์ อ่านพอเข้าใจ ฟังออกเป็นบางช่วง แต่พอถึงเวลาต้องพูดจริง สมองกลับเริ่มทำงานหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น


  • คิดเป็นภาษาไทยในหัวก่อนแปลเป็นอังกฤษ แล้วค่อยพูดออกมา (พูดช้า คิดนาน)

  • มัวแต่เช็กแกรมมาร์เพราะกลัวพูดผิด แล้วสุดท้ายก็เงียบ


ถ้าเป้าหมายของคุณคือการพูดภาษาอังกฤษให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น สิ่งที่ควรฝึกไม่ใช่แค่ท่องศัพท์เพิ่ม แต่ควรฝึก “การโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษ” ด้วย


นั่นก็คือการฟังคำถาม เข้าใจความหมาย แล้วลองตอบออกมาเป็นภาษาอังกฤษในจังหวะจริง แม้ยังไม่สมบูรณ์ 100% ก็ตาม


การฝึกแบบนี้ช่วยให้ผู้เรียนค่อย ๆ คุ้นกับการใช้ภาษาอังกฤษจริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่รู้คำตอบอยู่ในหัว แต่พูดออกมาไม่ได้


อ่านต่อ: ถ้าอยากรู้จักวิธีฝึกพูดอังกฤษที่เน้นการตอบทันที ลองอ่านบทความ Callan Method คืออะไร? ทำไมถึงช่วยให้พูดอังกฤษตอบไวขึ้น


รู้ระดับ แล้วค่อยเลือกวิธีฝึกที่เหมาะกับตัวเอง

ผู้เรียนวางแผนฝึกภาษาอังกฤษจากระดับที่เหมาะกับตัวเอง

หลังอ่านบทความนี้ คุณคงจะเริ่มเปลี่ยนความคิดแล้วว่า ก่อนจะถามว่า “ควรเรียนคอร์สไหนดี” ควรลองเริ่มจากคำถามที่ง่ายกว่านั้นก่อน คือ


"ตอนนี้ ภาษาอังกฤษของคุณอยู่ที่ระดับไหน"


เราทำอะไรได้แล้วและเรายังติดตรงไหนเวลาต้องใช้ภาษาอังกฤษจริง

ถ้าต้องการใบรับรองเพื่อยื่นงานหรือเรียนต่อ ควรเลือกสอบข้อสอบทางการที่องค์กรปลายทางยอมรับ

แต่ถ้าเป้าหมายคืออยากเริ่มเรียนภาษาอังกฤษให้ตรงกับระดับ


สถาบันสอนภาษา NOVA online เอง ก็มีการเช็กระดับก่อนเริ่มเรียน เพื่อช่วยดูพื้นฐานของผู้เรียน พร้อมแนะนำคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่เหมาะสม


ทุกคาบเรียนเป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว ออนไลน์ ผ่าน Zoom โดยคุณครูประจำของสถาบัน ที่พร้อมให้คำแนะนำกับผู้เรียน และปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากที่สุด


เพราะการเรียนภาษาอังกฤษไม่ควรเริ่มจากการเดาว่า “เราน่าจะอยู่ระดับไหน” แต่ควรเริ่มจากการรู้จุดเริ่มต้นของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ฝึกไปในทิศทางที่ใช่นะคะ



ทำไมต้อง NOVA online ?


  • เป็นสถาบันเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองอนุญาตให้ทำการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ Callan

  • สถาบันระดับ TOP ของญี่ปุ่น ปรับหลักสูตรเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

  • สอนโดย Professional Teacher คัดเลือกและอบรมอย่างดี

  • พร้อมให้คำแนะนำ พัฒนาภาษาอังกฤษได้ตรงจุด

  • คอร์สเรียนพูดอังกฤษ ออนไลน์ สะดวก เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา

  • เลือกคอร์สให้ตอบโจทย์ได้ตามไลฟ์สไตล์


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


contact
bottom of page