So, Actually, Basically ใช้ยังไงให้พูดอังกฤษลื่นขึ้น

คำเชื่อมภาษาอังกฤษที่ช่วยให้พูดลื่นขึ้น: so, actually, basically ใช้ยังไง
เวลาต้องตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ บางครั้งแม้ในหัวเราจะแล่นแต่ปากกลับไม่ยอมขยับ ศัพท์ก็รู้ แกรมมาร์ก็พอไหว แต่พอถึงเวลาต้องพูดจริงกลับตอบสั้น ๆ แค่ "yes" หรือ "I think so" แล้วก็เงียบ เพราะไม่รู้จะต่อประโยคยังไงให้ฟังดูลื่นเหมือนที่คิดไว้ในหัว
ถ้าหากคุณเป็นแบบนี้บ่อย ๆ นั่นไม่ได้แปลว่าพื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณไม่ดีเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะขาด "ตัวช่วยเล็ก ๆ" ที่ทำให้ประโยคเชื่อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือ คำเชื่อมและคำคั่นประโยคอย่าง so, actually, basically นั่นเอง
ปัญหานี้เกิดจากอะไร

คนไทยส่วนใหญ่เรียนภาษาอังกฤษผ่านการท่องศัพท์และจำโครงสร้างประโยคที่ "ถูกต้องสมบูรณ์แบบ" มาตลอด พอต้องพูดจริง สมองจะพยายามประกอบประโยคให้ครบถ้วนไวยากรณ์ก่อนเปล่งเสียงออกมา ผลคือใช้เวลาคิดนาน พูดช้า และหลายครั้งก็เลือกเงียบไปเลยดีกว่าจะเสี่ยงพูดผิด
ขณะที่ในการสนทนาภาษาอังกฤษจริง ๆ คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พูดเป็นประโยคสมบูรณ์แบบตลอดเวลา พวกเขาใช้คำเชื่อมสั้น ๆ เป็นตัวซื้อเวลาให้สมองได้คิด พร้อมทำให้บทสนทนาฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การท่องบทมาพูด
เทคนิคจำง่าย ช่วยแก้ปัญหานึกคำไม่ออก

ลองจำคำเชื่อม 3 กลุ่มนี้ไว้เป็นตัวช่วยเปิดประโยค
So ใช้เชื่อมความหรือเข้าเรื่องใหม่ เหมือนคำว่า "เอาเป็นว่า" หรือ "งั้น..."
Actually ใช้เมื่อจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือแก้ไขสิ่งที่พูดไปก่อนหน้า เหมือนคำว่า "จริง ๆ แล้ว..."
Basically ใช้เมื่อจะสรุปเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจง่าย เหมือน "พูดง่าย ๆ คือ..."
แค่หยิบยกคำเหล่านี้ขึ้นมาพูดก่อน สมองจะมีเวลาคิดประโยคต่อไป และคนฟังก็จะรู้สึกว่าเราพูดภาษาอังกฤษได้ลื่นขึ้นทันที แม้ประโยคหลังจากนั้นจะยังไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ก็ตาม
ตัวอย่างประโยคที่เอาไปใช้ได้จริง
So, basically what I'm trying to say is... : สิ่งที่ฉันพยายามจะบอกคือ...
Actually, I think we should wait a bit. : จริง ๆ แล้วฉันคิดว่าเราน่าจะรอก่อนดีกว่า
So, to sum up, the project is on track. : เอาเป็นว่า สรุปคือโปรเจกต์นี้ยังไปได้ดี
Basically, it's not that complicated. : พูดง่าย ๆ คือมันไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น
Actually, that's a really good point. : จริง ๆ นั่นเป็นประเด็นที่ดีมากเลยนะ
So yeah, that's pretty much the plan. : ก็ประมาณนี้แหละ นี่คือแผนที่วางไว้
Basically, I just need a little more time. : พูดง่าย ๆ คือฉันแค่ต้องการเวลาเพิ่มอีกนิดหน่อย
วิธีฝึกให้เริ่มพูดได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

เริ่มจากเลือกคำเชื่อม 1 คำต่อวัน แล้วลองฝึกใช้กับประโยคง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ตอบอีเมลที่ทำงาน คุยกับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติ หรือแม้แต่ซ้อมสถานการณ์สมมติคนเดียว เช่น การสั่งอาหารตอนไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น
ใช้ได้ แต่อย่าใช้ทุกประโยค

คำเชื่อมหรือคำคั่นอย่าง so, actually, basically ช่วยให้ประโยคลื่นขึ้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ลงไปในทุกประโยค ถ้าใช้บ่อยเกินไปบทสนทนาอาจฟังดูยืดเยื้อหรือไม่มั่นใจได้ วิธีที่ดีคือเลือกใช้เฉพาะตอนที่ต้องการเริ่มตอบ สรุปความ หรือขอเวลาคิดเล็กน้อย
นอกจากนี้ สิ่งที่ช่วยฝึกให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น คือการมีคู่สนทนาจริงที่คอยฟังและตอบโต้กลับ เพราะการฝึกพูดคนเดียวกับการฝึกพูดกับคนจริงให้ความรู้สึกที่ต่างกันมาก การเรียนอังกฤษแบบตัวต่อตัวจึงช่วยได้ตรงจุด เพราะครูจะฟังจังหวะการพูดของเรา แล้วค่อย ๆ ช่วยให้ประโยคลื่นไหลขึ้นทีละนิด ไม่ใช่แค่แก้แกรมมาร์อย่างเดียว
ฝึกใช้บ่อย ๆ ช่วยให้พูดอังกฤษคล่องขึ้น

คำเชื่อมเล็ก ๆ อย่าง so, actually, basically อาจดูไม่สำคัญ แต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้การพูดภาษาอังกฤษลื่นขึ้นได้ และทำให้บทสนทนาฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ถ้าอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ลื่นขึ้นกับครูแบบตัวต่อตัว NOVA online มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่าน Zoom กับครูชาวฟิลิปปินส์ที่ผ่านการอบรมเทคนิคการสอนเฉพาะทาง เหมาะสำหรับคนที่อยากฝึกตอบจริง พูดจริง และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจในการสนทนา
ทำไมต้อง NOVA online ?
เป็นสถาบันเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองอนุญาตให้ทำการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ Callan
สถาบันระดับ TOP ของญี่ปุ่น ปรับหลักสูตรเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
สอนโดย Professional Teacher คัดเลือกและอบรมอย่างดี
พร้อมให้คำแนะนำ พัฒนาภาษาอังกฤษได้ตรงจุด
คอร์สเรียนพูดอังกฤษ ออนไลน์ สะดวก เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
เลือกคอร์สให้ตอบโจทย์ได้ตามไลฟ์สไตล์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



